5 ไอเท็มเด็ด ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ พร้อมเผยเคล็ดลับหน้าเด็ก

5 ไอเท็มเด็ด ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ พร้อมเผยเคล็ดลับหน้าเด็ก

Table of Contents

ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงและผู้ชายหลาย ๆ คน เพราะเมื่ออายุมากขึ้นสัญญาณแห่งวัยยิ่งเริ่มชัดเจนทั้งผิวคล้ำ ผิวบาง ผิวแห้งกร้านและริ้วรอยร่องลึก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือการมีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เช่น การแต่งหน้าจัด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มน้ำน้อย การตากแดดเป็นเวลานาน ฯลฯ มีผลโดยตรงต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวส่งผลให้ผิวแก่เกินวัย

นอกจากนั้น ยังมีสาเหตุหลักมาจากคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังเสื่อมสภาพ มีปริมาณลดลงตามอายุและปัจจัยทางด้านพฤติกรรม เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด ฯลฯ อีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมว่าอายุเราเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน อย่าประมาท! คิดว่าไว้ดูแลเมื่อไหร่ก็ได้ สุขภาพผิวที่ดีต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ ด้วย 5 ไอเท็มเด็ด ตัวช่วยบำรุงผิวให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอ พร้อมเคล็ดลับหน้าเด็กง่าย ๆ


5 ไอเท็มเด็ด ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ สำหรับผู้หญิง

5 ไอเท็มเด็ด ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ สำหรับผู้หญิง

ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ สำหรับผู้หญิงที่มักจะมีปัญหาทั้งริ้วรอยร่องลึก แห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื่น แลดูแก่กว่าวัย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

  1. ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)

หรือที่เรียกว่า Polysaccharide เป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้มีส่วนช่วยในการกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แต่เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัย 20 ความสามารถในการผลิตกรดไฮยาลูรอนิกจะลดลงส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผิว เริ่มสังเกตสัญญาณได้ชัดเจนว่าผิวขาดความชุ่มชื้นและขาดความยืดหยุ่น จนกลายเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นตามมา

สำหรับแนวทางการแก้ไขคือ ใช้วิธีการเติมกรดไฮยาลูรอนิกในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อฟื้นฟู โดยสามารถรับได้จาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การฉีดเข้าสู่ผิวหนัง การทาบนผิว และการกินในรูปแบบของอาหารเสริมเข้าสู่ร่างกายโดยตรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  1. อะมิโน เปปไทด์ คอมเพล็กซ์ (Amino Peptide Complex)

สารประกอบที่เกิดจากการรวมตัวกันของโมเลกุลกรดอะมิโนหลายชนิดเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์จนเกิดเป็นโมเลกุลของโปรตีน มีหน้าที่ในการกระตุ้นร่างกายให้ผลิตคอลลาเจน เพื่อลดการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนที่มีในชั้นผิวหนัง พร้อมคุณสมบัติที่ดีต่อผิว ดังนี้

  • เพิ่มความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว Skin Barrier
  • ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
  • ล็อกความชุ่มชื้น
  • ปรับผิวให้ดูเรียบเนียน
  • ฟื้นฟูผิวให้เฟิร์มกระชับ
  • ซ่อมแซมผิวบริเวณที่เสื่อมสภาพ
  • ต่อต้านการอักเสบของผิว
  1. น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil)

อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ดังนี้

  • มอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) มีคุณสมบัติในการเติมน้ำและน้ำมันให้แก่ผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • สเตอรอล (Sterols) มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากการรบกวนจากสิ่งแวดล้อมอันเป็นสาเหตุให้ผิวเกิดการอักเสบ
  • สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti – Aging) อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการปกป้องการเกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว
  • วิตามินอี (Vitamin E) สูงกว่าน้ำมันมะกอกถึง 3 เท่า พร้อมคุณสมบัติในการต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระและเพิ่มความชุ่มชื้น
  • โอเมก้า 3 (omega 3) มีคุณสมบัติในการช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวหนัง และเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
  1. คอลลาเจน (Collagen Dipeptide)

เป็นคอลลาเจนที่อยู่ในรูปแบบของกรดอะมิโนสายสั้น 2 หน่วยเชื่อมกันด้วยพันธะเปปไทด์ มีโมเลกุลขนาดเล็กเฉลี่ยเพียง 200 ดาลตัน (เล็กกว่าคอลลาเจนไตรเปปไทด์และคอลลาเจนธรรมชาติ) เมื่อเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินจะไม่มีการถูกย่อยในกระเพาะอาหาร แต่จะถูกลำเลียงและดูดซึมในลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่เซลล์ผิวหนังโดยตรง ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าคอลลาเจนประเภทอื่น ๆ

คุณสมบัติหลักของคอลลาเจนไดเปปไทด์คือ สามารถทดแทนคอลลาเจนในร่างกายได้ดีที่สุด พร้อมทั้งช่วยลดริ้วรอยและกระตุ้นให้เกิดการสร้างอีลาสติน (Elastin) ในชั้นผิวหนัง ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนอิ่มฟูและแลดูอ่อนเยาว์

  1. วิตามินซี (Vitamin C)

ข้อมูลจาก ดร. นิโคลัส เพอริโคน แพทย์ด้านยาต้านริ้วรอยจากนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ ได้ระบุว่าการกินวิตามินซี 1,000 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์ด้านการชะลอวัย เนื่องจากสามารถป้องกันการเสื่อมสภาพ ซ่อมแซม และเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ภายในร่างกายได้นั่นเอง

นอกจากนั้น จากผลการศึกษายังพบว่าการกินวิตามินซีร่วมกับวิตามินอีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้สูงสุดไปพร้อม ๆ กับมีส่วนช่วยในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจน เพื่อให้ผิวหน้าและผิวกายกลับมาเต่งตึงเนียนใสสุขภาพดี


5 วิตามินไอเท็มเด็ด ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ สำหรับผู้ชาย

5 วิตามินไอเท็มเด็ด ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ สำหรับผู้ชาย

ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ สำหรับผู้ชายก็สำคัญเช่นกัน เมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคนสัญญาณแห่งวัยเริ่มปรากฏชัดเจนทั้งความเหนื่อยล้า ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง และริ้วรอยเหี่ยวย่นตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย หลายคนจึงเริ่มหันมาใส่ใจดูแลตัวเองทั้งการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่นั่นอาจจะยังไม่เพียงพอ ต้องมีวิธีทําให้หน้าอ่อนกว่าวัย ผู้ชายด้วยการเติมวิตามินบำรุงผิว ดังต่อไปนี้ร่วมด้วย

  1. ซิลีเนียม (Selenium)

สารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอการเสื่อมของเซลล์ ชะลอวัย และเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย รวมถึงมีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนเพศชาย เพิ่มจำนวนสเปิร์มได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัยสูง ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน 70 ไมโครกรัม

  1. เบต้า แคโรทีน (Beta – Carotene)

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่าเบต้าแคโรทีนเป็นหนึ่งในสารประกอบที่มีคุณสมบัติในการชะลอความแก่ โดยมีความสามารถในการลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระ และมีประโยชน์ในการบำรุงผิวพรรณ ลดรอยเหี่ยวย่นและเพิ่มความสดใสให้แก่ผิวพรรณ ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน 700 ไมโครกรัมเรตินอลต่อวัน

  1. ซิงค์ (Amino Acid Chelate)

ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวมตัวกันระหว่างแร่ธาตุกับกรดอะมิโน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการลำเลียงและการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อทดแทนบริเวณที่เกิดการสึกหรอพร้อม ๆ กับการบำรุงสุขภาพของคุณผู้ชาย กระตุ้นการสร้างสเปิร์ม เพิ่มปริมาณอสุจิ และเสริมสร้างการทำงานของต่อมลูกหมาก

  1. โฟเลต (Folic Acid)

ข้อมูลจากแพทย์หญิง มยุรา กุสุมภ์ ระบุว่าการได้รับโฟเลตในปริมาณที่เพียงพอร่วมกับพาบา (PABA) และวิตามินดี (Vitamin D) จะมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณและช่วยชะลอให้ผมขาวช้าลง ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน 400 ไมโครกรัม

  1. ไบโอติน (Biotin)

มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น เส้นผม เล็บ ผิวหนัง หากกินในปริมาณที่เหมาะสมคือ 100 – 150 ไมโครกรัมต่อวัน จะมีส่วนช่วยในการระงับการเกิดผมหงอกก่อนวัยและลดริ้วรอยต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี


เคล็ดลับหน้าเด็กคงสภาพผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย

เคล็ดลับหน้าเด็กคงสภาพผิวให้ดูอ่อนกว่าวัย

ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ นอกเหนือจากวิธีทําให้หน้าอ่อนกว่าวัยด้วยวิตามินและอาหารผิวที่เริ่มต้นจากภายในแล้วการใส่ใจดูแลตัวเองด้วยการเลือกใช้ครีมบำรุงและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับหน้าเด็กคงสภาพผิวให้ดูอ่อนกว่าวัยได้ แต่จะทำยังไงได้บ้าง ไปดู

1. เลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับปัญหาผิว

  • Hyaluronic Acid และ Sodium PCA เหมาะสำหรับผิวที่ต้องการความชุ่มชื้น
  • Niacinamide และ Arbutin ปรับผิวให้สว่างกระจ่างใส
  • Peptide และ Retinol ลดเลือนริ้วรอย
  • Malachite และ Activated Charcoal ปกป้องผิวจากมลภาวะ
  • Tocopherol และ Green Tea Extract ต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • Benzoyl peroxide และ Salicylic Acid ลดสิว
  • Chamomile และ Witch hazel ลดการอักเสบ
  • Zinc oxide และ Mexoryl SX ปกป้องผิวจากแสงแดด

2. การดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ

โดยทั่วไปร่างกายของคนเราในความต้องการน้ำในปริมาณที่ต่างกันและอาจไม่ตายตัวแค่ 8 แก้วต่อวันแต่สามารถใช้สูตรคำนวณต่อไปนี้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ

  • น้ำหนัก x 2.2 x 30/2 = ปริมาณน้ำที่ต้องดื่มต่อวัน เช่น น้ำหนัก 50 x 2.2 x 30/2 = 1,650 มิลลิลิตร เป็นต้น

3. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

ด้วยการควบคุมปริมาณเครื่องปรุง (อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย) ดังนี้

  • น้ำตาลไม่ควรเกินวันละ 6 ช้อนชาหรือประมาณ 24 กรัม
  • ไขมันไม่ควรเกินวันละ 6 ช้อนชาหรือประมาณ 24 กรัม
  • เกลือไม่ควรเกินวันละ 1 ช้อนชา 5 กรัมหรือปริมาณโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม

4. นอนหลับพักผ่อนเพียงพอเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน

โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) สารเคมีแห่งความเป็นหนุ่มสาวจะถูกหลั่งออกมามากที่สุดในช่วง 22 : 00 – 02 : 00 น. มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย กระตุ้นการเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างการสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลสมวัย (อ้างอิงข้อมูลจากโรงพยาบาลนครธน)


วิธีป้องกันผิวเสีย เพื่อผิวสวยแบบยั่งยืน

วิธีป้องกันผิวเสีย

เคล็ดลับหน้าอ่อนกว่าวัย ต้องได้รับการดูแลทั้งจากภายในและภายนอก รวมถึงการหาแนวทางป้องกันด้วยการปรับพฤติกรรม ดังต่อไปนี้

  • ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกค่า SPF ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ เช่น ในร่ม SPF 15 PA++ อยู่กลางแจ้งและแดดจัด SPF 50 PA++++
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันการได้รับสารอันตรายที่มีส่วนในการเพิ่มความแก่ชราแก่ผิว เช่น นิโคติน (Nicotine) ทาร์ (Tar)

ตัวช่วยบำรุงผิวอ่อนเยาว์ เป็นหนึ่งไอเท็มที่ช่วยชะลอความแก่ได้ แม้เราไม่สามารถห้ามไม่ให้อายุที่เพิ่มมากขึ้นให้หยุดอยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาวได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือการมองหาเคล็ดลับตัวช่วยบำรุงผิวอยู่เสมอ เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรงปราศจากและริ้วรอยแห่งวัย เพื่อชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวอันเป็นสาเหตุทำให้แก่กว่าวัย โดยใส่ใจสุขภาพภายในและสุขภาพภายนอกไปพร้อม ๆ กัน

แหล่งที่มา:

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประโยชน์ของเจลาติน มีอะไรบ้าง ครอบคลุมส่วนไหน
สาระความรู้
ประโยชน์ของเจลาติน มีอะไรบ้าง ครอบคลุมส่วนไหน

เคยสงสัยไหมว่า เวลาพูดถึงคอลลาเจน ทำไมมีเจลาตินเข้ามาเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนา แล้วแท้จริง ประโยชน์ของเจลาติน นั้นมีอะไรบ้าง? ไปหาคำตอบด้วยกัน

อ่านต่อ
เจลาติน vs คอลลาเจน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?
สาระความรู้
เจลาติน vs คอลลาเจน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

เจลาติน vs คอลลาเจน ต่างกันอย่างไร ตั้งแต่กระบวนการผลิต จุดประสงค์ในการใช้งาน คุณสมบัติ ไปจนถึงแคลอรี ควรเลือกแบบไหนดี?

อ่านต่อ
เจลาตินคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร หาได้จากที่ไหน
สาระความรู้
เจลาตินคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร หาได้จากที่ไหน

เจลาตินคืออะไร ? คำตอบคือ โปรตีนที่ได้จากการสลายตัวของคอลลาเจน (ปรุงสุก) มีลักษณะหนืดคล้ายเจลหรือเยลลี่มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดี

อ่านต่อ
3 สัญญาณเข้าสู่วัยทอง ช่วงเวลาสำคัญที่คุณต้องรู้
สาระความรู้
3 สัญญาณเข้าสู่วัยทอง ช่วงเวลาสำคัญที่คุณต้องรู้

3 สัญญาณเข้าสู่วัยทอง วิธีการรับมือกับช่วงวัยที่ใกล้หมดประจำเดือน จะมีอะไรที่คุณควรรู้บ้างนั้น เรารวบรวมมาให้แล้วในบทความนี้

อ่านต่อ
เคล็ดลับบำรุงผิวเด็ก
สาระความรู้
เคล็ดลับบำรุงผิวเด็ก ดูแลผิวอย่างไร ถ้าไม่อยากให้แก่ไว 

เคล็ดลับบำรุงผิวเด็ก ถ้าไม่อยากให้แก่ไว คือ ทาครีมกันแดด นอนหลับอย่างมีคุณภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเสริมด้วยเคล็ดลับบำรุงผิว

อ่านต่อ
อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง
สาระความรู้
15 อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง พร้อมเทคนิคฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน

15 อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง อุดมไปด้วยโปรตีน โอเมก้า 3 วิตามินบี 7 และวิตามินเอ พร้อมเทคนิคฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน สำหรับคนผิวแห้ง

อ่านต่อ