15 อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง พร้อมเทคนิคฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน

อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง

Table of Contents

15 อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง ที่เราอยากแนะนำสำหรับผิวแห้ง เพราะลำพังแค่ทาครีมบำรุงและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จึงไม่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟูให้ผิวหนังกลับมาชุ่มชื้น จำเป็นต้องดูแลจากภายในด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ร่วมด้วย แต่จะมีอาหารฟื้นฟูสำหรับคนผิวแห้งเสียแบบไหนหรือเคล็ดลับอะไรช่วยได้บ้าง ภายในบทความนี้เราจะพาคุณไปศึกษาในหัวข้อผิวแห้งเกิดจากอะไร ?, 15 อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง ที่คุณไม่ควรพลาด,  ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน, ปัญหาผิวแห้งกร้านจากปัจจัยภายนอก และเคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเสียแบบเร่งด่วน


ผิวแห้งเกิดจากอะไร ? 

ผิวแห้งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งจากภายในและภายนอก ปัจจัยภายใน ได้แก่ Keratin และ Natural Moisturizing Factor ในชั้นหนังกำพร้ากักเก็บน้ำได้ลดลงจากเดิมประมาณ 20 – 35% เหลือเพียง 10% จากการอุดกั้นของชั้นไขมันให้น้ำไหลผ่านเซลล์ไปยังสารดังกล่าว ประกอบกับปริมาณการผลิตกรดไฮยาลูโรนิกในชั้นผิวหนังชั้นใน (Dermis) มีปริมาณน้อยลงจากอายุที่มากขึ้น หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ผิวเสีย ผิวเริ่มขาดน้ำอย่างรุนแรง ผิวหนังลอกเป็นขุย แตกลาย หรือบางรายมีอาการแสบคันจากการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา


15 อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง ที่คุณไม่ควรพลาด

เมื่อผิวแห้งมีสาเหตุหลักมาจากภายใน ลองแก้ไขด้วย 15 อาหารฟื้นฟูสำหรับคนผิวแห้งเสีย ดังต่อไปนี้

15 อาหารฟื้นฟูผิวแห้ง ที่คุณไม่ควรพลาด

1. อาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยโปรตีน

รู้หรือไม่ว่าโปรตีนไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเท่านั้น แต่โปรตีนยังมีหน้าที่ร่วมกับเคราตินในชั้นหนังกำพร้าในการปกป้องไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจากผลกระทบที่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ อากาศ อีกทั้งยังมีองค์ประกอบสำคัญอย่างคอลลาเจนบำรุงผิวที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นและคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวอีกด้วย อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เช่น

  • อกไก่ ในเนื้ออกไก่ปริมาณ 100 กรัมให้โปรตีนสูงสุดถึง 32.1 ไขมัน 32.4 กรัม และสารอาหารอื่นที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แคลเซียม วิตามินบี วิตามินอี แมงกานีส สังกะสี ทองแดง เหล็ก
  • ถั่วลูกไก่ ปริมาณ 100 กรัมให้โปรตีนสูงสุดถึง 19 กรัมและอุดมด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายทั้งโฟเลต กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก วิตามินซี และวิตามินเอ
  • ไข่ไก่ ไข่ไก่ 1 ฟองประกอบไปด้วยโปรตีนสูงถึง 7 กรัม (โปรตีนที่มีกรดอะมิโนครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ) และอุดมไปด้วยวิตามินเอวิตามินบี 1, 2, 3, 6 และ 12
  • ข้าวโอ๊ต ในข้าวโอ๊ตปริมาณ 100 กิโลกรัมให้โปรตีนสูงถึง 17 กรัม พร้อมกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายอีก 6 ชนิด และอุดมไปด้วยเส้นใย ธาตุเหล็ก วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ถั่วเหลือง ในถั่วเหลือง 100 กรัมให้โปรตีนสูงถึง 34 กรัม อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และไนอะซิน

2. อาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยโอเมก้า 3

กรดไขมันที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง พร้อมกับการเสริมประสิทธิภาพให้ระบบภูมิคุ้มกันผิวทำงานได้ดีขึ้น ข้อมูลจากงานวิจัยหนึ่งได้ทำการทดลองโดยให้อาสาสมัครหญิงทานโอเมก้า 3 (เมล็ดแฟลกซ์) ปริมาณ 2.5 มิลิลิตรทุกวัน พบว่าหลังผ่านไป 12 สัปดาห์ผิวมีระดับความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นถึง 39% ดังนั้น หากไม่อยากเผชิญกับผิวแห้งเสียและต้องการเสริมภูมิคุ้มกันผิวให้แข็งแรงขึ้นก็ต้องทานอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 เช่น

  • ปลาสวาย เป็นหนึ่งในปลาน้ำจืดเพียงไม่กี่ชนิดที่พบว่ามีไขมันโอเมก้า 3 โดยพบได้ทั้งในเนื้อปลาและไข่ปลา
  • ปลาทู ปลาทะเลน้ำลึกของไทย ราคาสบายกระเป๋าที่มาพร้อมกับกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงถึง 1,636 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม
  • ปลาแซลมอน น้ำหนัก 100 กรัมมีกรดไขมันโอเมก้าสูงถึง 1,000 – 1,700 มิลลิกรัม
  • ปลาจาระเม็ดขาว ปริมาณ 100 กรัม จะได้รับไขมันโอเมก้าสูงสุดถึง 840 มิลลิกรัม
  • ปลาดุก มีไขมันโอเมก้ามากถึง 460 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม
  • ปลาช่อน มีกรดไขมันโอเมก้ามากถึง 440 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่ง 100 กรัม

3. อาหารที่อุดมไปด้วยไบโอตินหรือวิตามินบี 7

ภายในชั้นผิวหนังประกอบด้วยเคราตินหรือเส้นใยโปรตีนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ โดยหน้าที่หลัก ๆ คือ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนังและควบคุมการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ให้เกิดความสมดุล มีผลโดยตรงต่อการบำรุงผิวที่มีสภาพแห้งกร้านได้ให้กลับมาชุ่มชื้น ส่วนอาหารที่อุดมไปด้วยไบโอติน เช่น

  • ไข่ โดยมากมีอยู่ในไข่แดง กรณีเป็นไขต้มสุกทั้งฟองปริมาณ 100 กรัม จะมีไบโอตินอยู่ประมาณ 20 ไมโครกรัม
  • ตับ อาหารที่ขึ้นชื่อเรียกว่ามีปริมาณไบโอตินสูงอันดับต้น ๆ เช่น ตับไก่ 75 กรัม มีไบโอตินสูงถึง 138 ไมโครกรัม ตับวัว 75 กรัม มีไบโอตินมากถึง 31 ไมโครกรัม
  • แซลมอน ในแซลมอนประมาณ 85 กรัม จะมีไบโอตินสูงถึง 5 ไมโครกรัม

4. อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ

หากพูดถึงวิตามินเอหลายคนคงนึกถึงคุณประโยชน์ในการบำรุงสายตา แต่จริง ๆ แล้ววิตามินเอดีต่อผิวพรรณมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการลดการอักเสบของผิวหนังหรือลดปัญหาผิวแห้งกร้าน ดังนั้น การกินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอจึงมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแห้งเสียอย่างมาก อาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ เช่น

  • มะเขือเทศ ในมะเขือเทศปริมาณ 100 กรัมพบว่ามีวิตามินเอสูงถึง 800 IU
  • ยอดชะอม ปริมาณ 100 กรัม พบว่ามีวิตามินเอสูงถึง 10,066 IU
  • ยอดกระถิน ปริมาณ 100 กรัม พบว่ามีปริมาณวิตามินเอสูงถึง 7,883 IU

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

นอกเหนือจากการเลือกอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไบโอติน ไขมัน โอเมก้า 3 และวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญในการควบคุมปริมาณสารอาหารเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำรุนแรง ดังต่อไปนี้

  • โปรตีน ประมาณ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (กรณีไม่ได้ออกกำลังกาย)
  • โอเมก้า 3 ปริมาณที่ควรได้รับขึ้นอยู่กับวัย เพศ และภาวะสุขภาพของแต่ละคนต่อวัน ดังนี้
    • แรกคลอด – 12 เดือน ผู้ชาย 0.5 กรัม ผู้หญิง 0.5 กรัม
    • 1 – 3 ปี ผู้ชาย 0.7 กรัม ผู้หญิง 0.7 กรัม
    • 4 – 8 ปี ผู้ชาย 0.9 กรัม ผู้หญิง 0.9 กรัม
    • 9 – 13 ปี ผู้ชาย 1.2 กรัม ผู้หญิง 1.0 กรัม
    • 14 – 18 ปี ผู้ชาย 1.6 กรัม ผู้หญิง 1.1 กรัม ผู้หญิงตั้งครรภ์ 1.4 กรัม หญิงให้นมบุตร 1.3 กรัม
    • 15 – 50 ปี ผู้ชาย 1.6 กรัม ผู้หญิง 1.1 กรัม ผู้หญิงตั้งครรภ์ 1.4 กรัม ผู้หญิงให้นมบุตร 1.1 กรัม
  • ไบโอติน ควรได้รับต่อวันขึ้นอยู่กับช่วงอายุต่อวัน ดังนี้
    • แรกเกิด – 6 เดือน 5 ไมโครกรัม
    • 7 – 12 เดือน 6 ไมโครกรัม
    • 1 – 3 ปี 8 ไมโครกรัม
    • 4 – 8 ปี 12 ไมโครกรัม
    • 9 – 13 ปี 20 ไมโครกรัม
    • 14 – 18 ปี 25 ไมโครกรัม
    • ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป 30 ไมโครกรัม ผู้หญิงตั้งครรภ์ 30 ไมโครกรัม ผู้หญิงให้นมบุตร 35 ไมโครกรัม
    • นอกจากนั้น กรณีกินเป็นอาหารเสริมเพื่อบำรุงผิวข้อมูลจากต่างประเทศให้คำแนะนำว่าควรใช้วันละ 600 – 1200 มิลลิกรัม
  • วิตามินเอ วันละไม่เกิน 15,000 มิลลิกรัม หรือ 50,000 IU ได้โดยไม่เกิดโทษต่อร่างกาย แต่อาจมีบางกรณีที่มีผลข้างเคียง เช่น อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก

ปัญหาผิวแห้งกร้านจากปัจจัยภายนอก

ปัญหาผิวแห้งกร้านจากปัจจัยภายนอก

หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจไปแล้วว่าสาเหตุของการเกิดผิวแห้งจากภายในมาจากอะไร ผิวแห้งกินวิตามินอะไรดี และได้อาหารฟื้นฟูสำหรับคนผิวแห้งเสีย คราวนี้ไปดูกันบ้างว่าปัจจัยภายนอก มีอะไรบ้าง

  • รังสี UV
  • มลภาวะ
  • สภาพอากาศที่แห้งและเย็นจัด ทั้งจากฤดูกาลและการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
  • อาบน้ำอุ่นบ่อย
  • สบู่หรือครีมอาบน้ำมีระดับกรด – ด่างไม่สมดุลต่อผิว

เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเสียแบบเร่งด่วน

เคล็ดลับฟื้นฟูผิวแห้งเสียแบบเร่งด่วน

หากพบว่าปัญหาผิวแห้งที่กำลังเผชิญอยู่ในช่วงที่เริ่มเกิดรอยแตกลาย ผิวหนังเหี่ยวย่น ลอกเป็นขุย หรือแสบคัน การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อาจใช้เวลานานเกินไปหากอยากแก้ไขแบบเร่งด่วนด้วยวิธีแก้ ผิวแห้งแบบธรรมชาติเรามีเคล็ดลับช่วยได้ ดังนี้

  • ทาครีมบำรุงทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ โดยเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว เช่น มอยเจอร์ไรเซอร์ เชียร์บัตเตอร์ น้ำมันทาผิว
  • ทาว่านหางจระเข้สดบริเวณที่พบว่าเกิดอาการคัน
  • พอกผิวด้วยน้ำผึ้ง เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
  • หมั่นทาครีมบำรุงเป็นประจำ โดยเน้นครีมบำรุงที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ดอกลาเวนเดอร์ ดอกคาโมมายล์

อย่างไรก็ตาม ผิวแห้งไม่ใช่ปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ภายในชั่วข้ามคืน เนื่องจากปัญหาอยู่ลึกระดับเซลล์ยิ่งประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การเผชิญมลภาวะหรือรังสี UV ยิ่งส่งผลให้ปัญหาที่เกิดขึ้นแก้ไขยาก ดังนั้นจึงต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก เพื่อสุขภาพผิวที่แข็งแรงและไม่แห้งแตก พร้อมเผชิญหน้าหนาวหรืออากาศในห้องแอร์ได้อย่างสบายใจ


อ้างอิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประโยชน์ของเจลาติน มีอะไรบ้าง ครอบคลุมส่วนไหน
สาระความรู้
ประโยชน์ของเจลาติน มีอะไรบ้าง ครอบคลุมส่วนไหน

เคยสงสัยไหมว่า เวลาพูดถึงคอลลาเจน ทำไมมีเจลาตินเข้ามาเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนา แล้วแท้จริง ประโยชน์ของเจลาติน นั้นมีอะไรบ้าง? ไปหาคำตอบด้วยกัน

อ่านต่อ
เจลาติน vs คอลลาเจน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?
สาระความรู้
เจลาติน vs คอลลาเจน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

เจลาติน vs คอลลาเจน ต่างกันอย่างไร ตั้งแต่กระบวนการผลิต จุดประสงค์ในการใช้งาน คุณสมบัติ ไปจนถึงแคลอรี ควรเลือกแบบไหนดี?

อ่านต่อ
เจลาตินคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร หาได้จากที่ไหน
สาระความรู้
เจลาตินคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร หาได้จากที่ไหน

เจลาตินคืออะไร ? คำตอบคือ โปรตีนที่ได้จากการสลายตัวของคอลลาเจน (ปรุงสุก) มีลักษณะหนืดคล้ายเจลหรือเยลลี่มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดี

อ่านต่อ
3 สัญญาณเข้าสู่วัยทอง ช่วงเวลาสำคัญที่คุณต้องรู้
สาระความรู้
3 สัญญาณเข้าสู่วัยทอง ช่วงเวลาสำคัญที่คุณต้องรู้

3 สัญญาณเข้าสู่วัยทอง วิธีการรับมือกับช่วงวัยที่ใกล้หมดประจำเดือน จะมีอะไรที่คุณควรรู้บ้างนั้น เรารวบรวมมาให้แล้วในบทความนี้

อ่านต่อ
เคล็ดลับบำรุงผิวเด็ก
สาระความรู้
เคล็ดลับบำรุงผิวเด็ก ดูแลผิวอย่างไร ถ้าไม่อยากให้แก่ไว 

เคล็ดลับบำรุงผิวเด็ก ถ้าไม่อยากให้แก่ไว คือ ทาครีมกันแดด นอนหลับอย่างมีคุณภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเสริมด้วยเคล็ดลับบำรุงผิว

อ่านต่อ